Pageviews

Monday, October 31, 2016

รวมสุดยอดเทคนิดการจับแม่กุ้งไม่ให้สบัดไข่


วิธีทำคลอดกุ้งก้ามแดง (ละเอียด) พร้อมลงเดิน

จากคลิปด้านบนจะสังเกตุว่ากุ้งค่อนข้างดีดอยู่พอสมควร ซึ่งในขั้นตอนนี้ควรเบามือที่สุดของที่สุดของที่สุด(ในคลิปเเรงไปหน่อย) เพื่อให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด เน้นยำความความเบามือเป็นสิ่งสำคัญมากๆครับในการทำคลอดให้กุ้ง เเนะนำมือใหม่ควรหัดจับกุ้งให้คล่องมือเสียก่อน 
ขั้นตอนทั้งหมดทั้งมวลนี้ต้องฝึกให้ชำนาญเพื่อความเป็นมืออาชีพในอนาคตครับ
สงสัยส่วนไหนสอบถามได้ในกลุ่ม PR-Crayfish มือใหม่มาเเลกเปลี่ยนความรู้กัน

การเพาะพันธุ์เครฟิชสายโกส

Image result for กุ้งโกสแท้


บทความการเพาะพันธุ์กุ้งเครฟิชสาย P โกส
เครดิตผู้มอบความรู้ อาจารย์ณัฐชัย ประมวลวงศ์
1.การเตรียมพ่อพันธุ์
- สำหรับผู้ที่เลี้ยงเล่นๆ เลี้ยงน้อย ก็เลือกเอาตามความชอบ ตัวไหนหล่อ ตัวไหนสวย ก็เลือกเอาตามใจได้เลย ส่วนสำหรับผู้ที่คิดจะเพาะในระดับเยอะๆ ต้องเตรียมพ่อพันธุ์ไว้หลายขนาด ต้องฟอร์มกันตั้งแต่เล็ก เนื่องจากตัวผู้ เมื่อผสมแล้ว มันจะหยุดการกินเพื่อเจริญเติบโต แต่จะกินอาหารเพื่อประทังชีวิตเท่านั้น ส่วนตัวเมียมันจะโตไปเรื่อยๆ ดังนั้นหากท่านอยากได้พ่อพันธุ์ตัวใหญ่ๆ ต้องนำไปเลี้ยงแยกขังเดี่ยวตัวเดียว ห้ามให้มันได้กลิ่นตัวเมียเด็ดขาด ม่ายงั้นมันจะหยุดกิน และจะอยากผสมทันที เมื่อขุนได้ไซด์ตามที่ต้องการแล้ว ก็นำมาลองเข้าคู่ได้ ในพ่อพันธุ์หนุ่มน้อยวัยคะนอง มักจะเข้าหาตัวเมียด้วยความรุ่นแรง ออกแนวกระชากลากถู หากท่านกลัวตัวเมียจะช้ำใน หรือสูญเสียอวัยวะ ก้าม ขา หรือมีอันเป็นไป ก็ให้หากุ้งสีธรรมดา มาเป็นคู่ซ้อมให้พ่อพันธุ์ของท่านก่อนนะครับ พอกุ้งตัวผู้ที่มีความช่ำชอง เขาจะเข้าหาตัวเมียด้วยความนิ่มนวลกว่า จะเข้าทางด้านข้าง และจะผสมในระยะเวลาที่นานกว่า น้ำเชื้อก็จะถูกฉีดไปได้ในจำนวนที่สม่ำเสมอ และทั่วถึง
2.การเตรียมแม่พันธุ์
- อันนี้ก็คงไม่ยุ่งยาก ตัวเมียตัวไหน ก็คงจะตั้งท้องได้หมดนั่นแหละครับ ก็เลือกเอาตามใจชอบได้เลย ตัวเมียเงื่อนไขค่อนข้างน้อย จะก้ามไม่เท่า ก้ามเดียว ปากเบี้ยว ตาเหล่ ก็สามารถจ่ายลูกกุ้งที่สวยงามได้
3.การเลี้ยงก่อนผสม
- ในขั้นนี้หากจะให้ได้ผลที่สุด แนะนำให้แยกเลี้ยงนะครับ ช่องละตัว กล่องละตัว หรือยังไงก็ได้ ให้มันอยู่ตัวเดียว จะเป็นการดีที่สุด ส่วนท่านอื่นจะเลี้ยงรวมก็ไม่ว่ากัน
4.อุณหภูมิ
- อันนี้สำคัญสุด กุ้งเครฟิชเป็นสัตว์เลือดเย็น เป็นสัตว์กินซากที่หากินในเวลากลางคืน ง่ายๆคือ ธรรมชาติกุ้งชอบอากาศเย็น กุ้งสามารถเติบโตในอุณหภูมิปรกติบ้านเราได้ แต่ไม่สามารถเจริญพันธุ์ได้ดีนัก เนื่องจากโกส เป็นกุ้งเครฟิช ที่มีลักษณะยีนส์ด้อยมากๆ ทำให้เพาะติดยาก หากท่านใด เลี้ยงในห้องแอร์ หรือในสถานที่ควบคุมอุณหภูมิ ก็จะได้เปรียบ เนื่องจากสัตว์เลือดเย็น จะชอบอากาศเย็น และชื้น เพื่อสะสมสารอาหารไปสร้างไข่ในตัวเมีย และน้ำเชื้อในตัวผู้ หากท่านใดที่ติดหลอดไฟประดับตู้อยู่ด้านบน ก็ขอให้เอาออกนะครับ เนื่องจากกุ้งมันไม่ชอบ มันกระซิบบอกมาว่า "มึงจะติดทำไม กูไม่ชอบแสง ทำให้อุณหภูมิน้ำขึ้นอีกต่างหาก" หากท่านที่ไม่ได้ติดแอร์ หรือชิลเลอร์ ก็ขอแนะนำโดยการเพิ่มระดับน้ำให้สูงขึ้น ใส่ทรายทะเล ลงในก้นภาชนะ เพื่อให้อุณหภูมิด้านล่างพื้นเย็นขึ้น
5.จะผสมตอนไหนดี ? (ขั้นตอนนี้ละเอียดอ่อน)
- ตัวผู้คงไม่ต้องพูดถึง มันพร้อมตลอดเวลาอยู่แล้ว ส่วนตัวเมีย โดยส่วนตัวผมผสมทีเดียว ดอกเดียว เสียวแน่นอน เนื่องจากน้ำเชื้อตัวผู้ เมื่อผสมไปแล้ว จะถูกเก็บอยู่ในตัวเมียได้ประมาณ 30 วัน ถามว่าจะดูยังไง ก็คือ กุ้งตัวเมีย เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ จะเร่งการกิน เพื่อสร้างไข่ไปเก็บไว้บนหัว สิ่งที่บ่งบอกว่ากุ้งมีไข่ ก็คือฝ้าที่หาง ยิ่งฝ้าหนาๆ ลงระยางมากๆ ก็แปลว่ากุ้งมีไข่บนหัวรอไว้แล้ว เมื่อท่านเห็นฝ้ามาแล้ว ให้ใจเย็นๆ รอจนกว่ากุ้งตัวเมียไม่ทานอาหาร นั่นแปลว่า ไข่พร้อม กุ้งสะสมสารอาหารไว้พร้อมหมดแล้ว ให้จับลงไปผสมได้เลย เทคนิคคือ ให้จับตัวเมีย ไปใส่ในช่องของตัวผู้ เนื่องจากกุ้งมีนิสัยเป็นสัตว์หวงถิ่น หากท่านจับตัวผู้ไปผสมที่อื่น ตัวไหนผสมก็ดีไป แต่บางตัวเขาจะตื่นสถานที่ พาลไม่ผสม หรือทำร้ายตัวเมียเลยก็มี เมื่อผสมเสร็จแล้ว ก็นำตัวเมียเก็บออกไปรอไข่ได้เลย ไม่ต้องนำกุ้งตัวเมียมาผสมบ่อยนะครับ เพราะกุ้งจะช้ำ และอาจจะขับไข่ไม่ออกตายได้เลยนะ
6.เมื่อไหร่มันจะไข่? ดูยังไง?
- อาการกุ้งตัวเมีย เมื่อจะไข่ กุ้งจะไปเก็บตัวอยู่ทีท่อหลบ โก่งตัว หุบหางเข้าหาลำตัว ในวันก่อนไข่ 1-2 วัน กุ้งจะเอาขาหลัง 4 ขา มาหยิบจับทำความสะอาดบริเวณระยางว่ายน้ำ ในช่วงนี้ก็คือไม่ต้องให้อาหารแล้วนะครับ ใส่สาหร่าย และใบหูกวางไว้ก็พอ เนื่องจากใส่อาหารน้ำเน่า ส่วนสาหร่ายกับใบหูกวางไม่ทำให้น้ำเสีย หากสภาวะแวดล้อม อุณหภูมิเหมาะสม กุ้งก็จะขับไข่พร้อมเมื่อกหุ้มไข่ที่สมบูรณ์ออกมาแน่นอน
7.ไข่แล้วทำไงต่อ ตื่นเต้นจัง เซลฟี่ได้มั้ย?
-เมื่อท่านเห็นกุ้งไข่ ก็ไม่ต้องไปยุ่งกับมัน หาอะไรไปปิดบังสายตามันไว้ ไม่ให้เขาเห็นเรา เอากระดาษโน๊ตจดวันที่ไข่แปะไว้หน้าตู้ แล้วก็แกล้งลืมมันไปเลย อย่าจับมันมาเล่นหรือถ่ายรูปเด็ดขาด สำหรับท่านที่ยังไม่ชำนาญ หรือในกุ้งท้องแรก ให้ผ่านไปสัก 20 วัน ท่านค่อยไปดู หากกุ้งไข่อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม ทั้งสภาพน้ำที่ดี อุณหภูมิที่เย็นพอ ท่านได้ลูกกุ้งแน่นอน

*ต่อไปจะเป็นคำถามจากทางบ้านนะครับ ที่รวบรวมมาตอบให้
1.กุ้งไข่ย้ายที่ได้มั้ย?
-จากการทดลองโดยส่วนตัว หากในสภาวะย้ายจากที่ร้อน ไปสู่ที่เย็น กุ้งไม่สลัดไข่แน่นอนครับ แต่หากย้ายจากที่เย็นไปที่ร้อน อันนี้ไม่เหลือ
2.ต้องเปลี่ยนน้ำมั้ย ใช้น้ำเก่า หรือน้ำใหม่?
- กุ้งถ้าตั้งท้อง โดยสภาวะสมบูรณ์ตั้งแต่เริ่ม โดยส่วนตัวผมก็ใช้น้ำใหม่ตลอดครับ เวลาย้ายกุ้งไข่ ก็ยังไม่พบปัญหาการสลัดไข่
3.กุ้งสลัดไข่เพราะอะไร?
- หลักๆ คืออุณหภูมิครับ ในที่เลี้ยงที่อุณหภูมิสูงตั้งแต่แรก ทำให้กุ้งไม่แข็งแรง คือสามารถเติบโตได้ แต่ไม่สามารถเจริญพันธุ์ได้เต็มที่ เมื่อกุ้งไข่ออกมา ก็จะขับไข่และเมือกหุ้มไข่ไม่สมบูรณ์ เมื่อแม่กุ้งกระพือไข่ ก็จะหลุดร่วงลงพื้น ประกอบกับไข่ไม่ได้รับน้ำเชื้อของตัวผู้ที่แข็งแรง ไข่ก็จะถูกสลัด หรือบางทีแม่กุ้งก็จะกินไข่ตัวเองจากการเครียด
4.ไข่ขึ้นรา ทำอย่างไร?
-โดยส่วนตัวนะครับ เชื่อว่าไข่ที่ไม่ได้รับน้ำเชื้อผสม จะเป็นลักษณะเหมือนรา โดยไม่ได้เกิดจากน้ำสกปรกแต่อย่างใด สังเกตุได้ว่า ในหลายๆท่าน ใช้น้ำสะอาด ไข่ก็ยังเป็นราได้ สรุปก็คือไข่เป็นราไม่ได้เกิดจากน้ำ แต่เกิดจากไข่ไม่สมบูรณ์ในตัวมันเอง
5.เอากุ้งตัวผู้หลายตัวทับ จะรู้มั้ยว่าลูกตัวไหน?
-จากการทดลอง ได้ข้อสรุปเกือบจะสมบูรณ์แล้วว่า ในกุ้งตัวเมีย สามารถเก็บน้ำเชื้อตัวผู้ได้มากกว่า 1 ตัว เช่นเอาโกสลายธงชาติตัวเมีย ถูกผสมโดยโกสส้มตัวผู้ และโกสลายธงชาติตัวผู้ ลูกที่ออกมา ก็จะเป็นได้ทั้งโกสส้ม และโกสลายธงชาติในครอกเดียวกันครับ
6.เอากุ้งต่างแพทเทิน ผสมออกมาแล้ว ลูกจะเป็นแบบไหน?
- ในกุ้งที่ยีนส์ด้อยเสมอกัน ลูกที่ออกมาครอกแรก จะออกแบ่งเหมือนพ่อและแม่ อย่างละครึ่ง และจะมีส่วนน้อยประมาณ 5% ที่จะเป็นการรวมสองแพทเทินของพ่อและแม่รวมในตัวเดียวกัน ซึ่งน่าสนใจมากที่จะนำไปพัฒนาต่อไป เป็นหลักการของการพัฒนาสายพันธุ์กุ้งในบ้านเรานั่นเอง

บทความมูลค่า 0 บาท เเต่อ่านจบทำกำไรได้เป็นแสน

เลี้ยงกุ้งก้ามแดง รกมาก ก็รอดมาก
ยิ่งรก...ยิ่งรอด
เป็นคำจำกัดความสั้นๆง่ายๆของ นายประทีป มายิ้ม วิทยากรศูนย์การเรียนรู้ชีววิถีเพื่อการเรียนรู้อย่างยั่งยืน บ้านห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่กล่าวถึงวิธีการเลี้ยง “กุ้งก้ามแดง” หรือ “ล็อบสเตอร์น้ำจืด”
“ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดที่จะเลี้ยงกุ้งพันธุ์นี้เลย แต่เพราะ 4 ปีก่อน ลูกสาวไปซื้อลูกกุ้งมา 4 ตัว ตัวละ 30 บาท ไม่รู้ว่ามันคือกุ้งอะไร คิดว่าเป็นกุ้งสวยงาม เลยเอามาปล่อยในอ่างเลี้ยงปลาหางนกยูง เลี้ยงแบบตามมีตามเกิด ไม่ได้ให้อาหารอะไรเลย แต่สังเกตเห็นสาหร่ายหางกระรอกในอ่างเลี้ยงปลาค่อยๆ ลดลง แสดงว่ามันกินเป็นอาหารได้”
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กุ้งก้ามแดง
3 เดือนผ่านไป กุ้งเริ่มโตเท่าหัวแม่มือ จึงย้ายลงบ่อปูนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย...เลี้ยงไปอีกไม่กี่เดือน คราวนี้กุ้งออกลูกลอยเป็นแพเต็มบ่อ เมื่อให้มันกินสาหร่ายเป็นอาหารได้ ประทีป เลยทดลองเอาแหนมาใส่เป็นอาหาร กุ้งตัวเล็กตัวน้อยก็เติบโตได้ ใครที่มาดูงานศูนย์การเรียนรู้ฯ เห็นแล้วชอบใจ ขอซื้อลูกกุ้งไปเลี้ยง...จากจุดนี้ ขายแค่ลูกกุ้งรายได้ไม่เลว ปีหนึ่งให้ลูก 3-4 ครั้ง
จากเริ่มต้นด้วยลูกกุ้งแค่ 4 ตัว เลี้ยงเล่นๆ สนุกแค่ปีเดียว ลูกกุ้งมีมากมาย เลยแบ่งส่วนหนึ่ง 500 ตัวลงแปลงนาสาธิตของศูนย์เรียนรู้ฯ พื้นที่ขนาด กว้าง 3 เมตร ยาว 5 เมตร ขังน้ำลึกประมาณ 1 ฝ่ามือ ปลูกข้าวเต็มรกไปหมด กั้นตาข่ายโดยรอบ เพื่อป้องกันนก หนู สัตว์แปลกปลอมเล็ดลอดเข้าไปจับกุ้ง
“เอาลูกกุ้งมาปล่อยในนาสาธิต ปล่อยไปอย่างนั้นไม่ได้คิดอะไร แค่อยากทดลองอะไรเล่นสนุกๆ ถึงได้รู้กุ้งพันธุ์นี้จะอยู่รอดได้มากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าเราทำที่หลบซ่อนให้มันได้ดีแค่ไหน เพราะศัตรูของมันไม่ได้มีแค่พวกสัตว์อื่นๆ ที่เราต้องมุ้งตาข่ายป้องกันเท่านั้น มันยังกินกันเองอีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่มีการลอกคราบ กุ้งตัวไหนลอกคราบ ไม่มีที่ให้หลบซ่อนมักจะเจอตัวอื่นมารุมจับกินเป็นอาหาร”
ด้วยเหตุนี้ ประทีป ถึงได้สรุปวิธีการเลี้ยงกุ้งก้ามแดง “ยิ่งรก ยิ่งรอด” นอกจากจะรกด้วยการปลูกข้าวและต้นไม้น้ำสารพัดชนิดแล้ว ยังเอาท่อประปา (ท่อพีวีซี) ตัดเป็นท่อนยาวประมาณ 1 คืบ มาทำเป็นที่หลบซ่อนให้กุ้งด้วย...ส่วนเรื่องอาหารเลี้ยง ไม่เคยควักเงินซื้อ ใช้แต่แหนอย่างเดียว
เลี้ยงปล่อยไว้อย่างนั้น คอยเติมแหนกับดูแลเติมน้ำไม่ให้แห้ง...1 ปีครึ่งผ่านไป ได้กุ้งขนาด 2 ตัว 1 กก. เชฟโรงแรมแชงกรี-ลาที่พัทยารู้ข่าว เลยมาติดต่อขอซื้อ ให้ราคา กก.ละ 1,200 บาท เอา 200 กก.คูณเข้าไป รวมเป็นเงิน 2 แสนกว่าบาท... มาปีนี้พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง ทำ
สัญญาจองซื้อขายล่วงหน้าเป็นปีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ค่าอาหารไม่มี แค่ซื้อลูกกุ้งไม่กี่ตัวมาเพาะเอง เป็นอีกทางเลือกของการเลี้ยงกุ้งก้ามแดงที่เสี่ยงน้อย ต้นทุนต่ำ...

เลี้ยงกุ้งก้ามแดง รกมาก ก็รอดมาก
ขอขอบคุณข้อมูลและสารดีๆ จาก คุณประทีป มายิ้ม
วิทยากรศูนย์การเรียนรู้ชีววิถีเพื่อการเรียนรู้อย่างยั่งยืน

ลักษณะของกุ้งที่พร้อมจะผสมพันธุ์ทั้งพ่อพันธุ์เเละแม่พันธุ์

ลักษณะของกุ้งที่พร้อมจะผสมพันธุ์ทั้งพ่อพันธุ์เเละแม่พันธุ์

 
 หลังจากที่ได้ไปเรียนรู้กับอาจารย์ประทีป และบอกว่าจะเล่าเคล็ดลับที่ไม่เคยอ่านเจอที่ไหนเลยให้ฟัง วันนี้ฤกษ์ดี (เพิ่งจะว่าง) เลยขอนำความรู้ ที่อาจารย์ประทีปได้แนะนำมาให้เพื่อนๆได้ไปลองทดสอบและสังเกตดูกันครับ
ปัญหาหนึ่งที่มีถามกันบ่อยครั้งในห้องนี้คือ กุ้งจะผสมพันธุ์กันเมื่อไร หรือกุ้งจะวางไข่หรือยัง บางโพสต์ก็บอกว่าตัวผู้ไม่ยอมหื่นซะที บางโพสต์ก็บอกว่าไม่รู้เมื่อไรตัวเมียจะไข่ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่เราเตรียมไว้ ไม่ว่าจะ 1 ต่อ 3 หรือ 1 ต่อ 5 เค้าพร้อมจะผสมพันธุ์กันหรือยัง ลองเอาวิธีการนี้ไปใช้กันดูนะครับ
ความพร้อมในการผสมพันธุ์สำหรับพ่อพันธุ์ (รูปที่ 1) อาจารย์ประทีปบอกว่าให้ดูที่
1. ข้อต่อระหว่างก้าม (ตำแหน่งข้อต่อระหว่างก้ามอยู่ที่ปลายนิ้วหัวแม่มือ) จุดนี้ยิ่งขาว ยิ่งหื่น
2. ถุงแดงที่อยู่ข้างๆก้าม ยิ่งเปล่ง ยิ่งหื่น
ความพร้อมในการผสมพันธุ์สำหรับแม่พันธุ์ 
1. ข้อต่อระหว่างก้ามเช่นเดียวกับตัวผู้
2. (รูปที่ 2) จะเห็นเส้นสีแดงข้างลำตัวในแต่ละปล้อง หากเส้นนี้เคลื่อนตัวมาอยู่ด้านข้างเมื่อไร แสดงว่าใกล้จะออกไข่แล้ว อาจารย์บอกว่าตัวเมียที่ออกไข่แล้วจะไม่มีเส้นสีเหล่านี้ ผมก็รู้สึกแปลกใจว่าจริงหรือเปล่า ก็เลยขอดูตัวเมียที่กำลังมีไข่ใต้ท้องซึ่งอาจารย์แยกไว้ต่างหาก ตามรูปที่ 3 ปรากฏว่ามันไม่มีเส้นสีแดงข้างลำตัวจริงๆ
ข้อสังเกตด้านบนเป็นอะไรที่ผมว่าเด็ดสุดๆเลยสำหรับความรู้เกี่ยวกับกุ้งก้ามแดง เพราะผมไม่เคยหาอ่านเจอที่ไหน หรือมีใครเคยพูดถึง (ผมเพิ่งเลี้ยงกุ้งได้ 2 อาทิตย์) อย่างไรก็ตาม ผมยังไม่แน่ใจว่าการสังเกตเส้นสีจะสามารถใช้ได้กับกุ้งทุกขนาดหรือไม่ เพราะกุ้งของอาจารย์ที่นำมาสอนแต่ละตัวอายุประมาณ 2 ปี ตัวใหญ่ๆทั้งนั้น แล้วกุ้งท้องที่ไม่มีเส้นสีในรูปที่ 3 ก็ยังตัวเล็ก เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ที่มีพ่อแม่พันธุ์อายุน้อยๆก็ลองสังเกตกันดู แล้วนำมาแชร์กันครับ
จริงๆอาจารย์ได้สอนวิธีสังเกตอยู่ 4 - 5 จุด บังเอิญผมให้ความสนใจ "แหน", "หอยขม" และ "ไส้เดือน" มากไปหน่อย ระหว่างที่อาจารย์อธิบาย ผมเลยจำได้แค่นี้ และเหมือนอาจารย์จะรู้ใจ ท่านให้ "แหน" กับ "หอยขม" ผมกลับมาด้วย ก็เลยได้แหล่งอาหารและพนักงานทำความสะอาดภาชนะเลี้ยงกุ้งมาเพิ่มเติม ใครอยากรู้ว่าต้องสังเกตอะไรอีกบ้าง แนะนำให้ไปเรียนรู้กับอาจารย์ประทีปครับ โทรถามก่อนนะครับ ว่าท่านว่างมั้ย
เครดิต: thailobster
ความพร้อมในการผสมพันธุ์สำหรับแม่พันธุ์ 

การกำจักปรสิตที่มากับกุ้งแบบง่ายๆ


การกำจักปรสิตที่มากับกุ้งแบบง่ายๆ เเต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในขั้นตอนของการเเช่น้ำครับ

  1. หากพบว่ากุ้งตัวไหนมีปรสิตเกาะหรือมีไข่ปรสิตบนเปลือกให้ทำการแยกเลี้ยงกุ้งตัวนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ปรสิตขยายพันธุ์และไปเกาะกินกุ้งตัวอื่น ๆ ด้วย
  2. ให้นำกุ้งที่มีปรสิตไปแช่ในน้ำเกลือเข้มข้น  น้ำเกลือนี้ต้องเข้มข้นประมาณน้ำหนึ่งขันกับเกลือแกงหนึ่งกำมือ  นำกุ้งแช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง   หลังจากนั้นนำกุ้งไปล้างในน้ำสะอาดที่พักแล้วสลัด ๆ ให้แน่ใจว่าปรสิตหลุดออกมาจากตัวกุ้งทั้งหมดแล้วจึงนำกลับไปใส่ในที่เลี้ยง
  3. การทำความสะอาดตู้หรือบ่อเลี้ยง  ทิ้งน้ำทั้งหมด  ทำความสะอาดหินปูพื้น หรือพื้นบ่อให้สะอาด   และเติมน้ำตามปกติ  เติมเกลือแกงลงในบ่อหรือตู้เลี้ยงของท่านปริมาณของเกลือ  เช่น  ตู้ 24 นิ้ว เติมเกลือแกงหนึ่งกำมือ  ถ้าตู้เล็กหรือใหญ่กว่านั้นก็ลดหรือเพิ่มปริมาณของเกลือตามความเหมาะสม  จะช่วยฆ่าเชื้อบางชนิดได้
  4. หากปรสิตได้วางไข่ไว้บนตัวกุ้งแล้วไม่สามารถขจัดออกไปได้  ให้ท่านหมั่นนำกุ้งแช่น้ำเกลือเข้มข้นทุก ๆ 7-10 วัน  เพราะไข่จะฟักตัวออกมา  ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่ากุ้งจะลอกคราบ  เมื่อกุ้งลอกคราบแล้วให้เก็บคราบของกุ้งทิ้งไป     และรอให้กุ้งแข็งแรงกินอาหารได้ประมาณ 1 สัปดาห์  ให้นำกุ้งที่แข็งแรงแล้วแช่น้ำเกลือเข้มข้นอีกรอบ  เพื่อเป็นการกำจัดปรสิตส่วนที่เหลือให้หมดไป   นั่นแหละกุ้งของท่านก็จะกลับมาแข็งแรงมีชีวิตใหม่อีกครั้ง
  5. ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด คือ การดูแลพื้นตู้และพื้นบ่อให้สะอาดอยู่เสมอ  เพราะกุ้งเครฟิชเป็นสัตว์น้ำที่กินอาหารด้วยวิธีการกัดแทะ  จึงทำให้มีเศษอาหารต่าง ๆ ตกลงไปตามซอกหิน  และพื้นบ่อ  หากไม่มีการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอก็จะเป็นแหล่งสะสม  ทำให้เกิดการหมักหมมและก่อให้เกิดปรสิตขึ้นมาได้อีก   เป็นวัฏจักรอย่างนี้เรื่อยไป   ดังนั้น   ขอย้ำว่า  การที่กุ้งเครฟิช จะโต  แข็งแรง หรือจะป่วยตาย  การดูแลความสะอาดพื้นตู้ พื้นบ่อ  เรียกว่าเป็นปัจจัยหลักเลยก็ว่าได้   หากท่านสามารถดูแลได้อย่างสม่ำเสมอ  กุ้งของท่านจะเติบโตได้ดี  ลอกคราบสม่ำเสมอ  สวยงาม และแข็งแรงแน่นอน

คุณจะเข้าใจลงจรชีวิตของเครย์ฟิชใน 1 นาที

CrayFish Life Cycle
คุณจะเข้าใจลงจรชีวิตของเครย์ฟิชใน 1 นาที

ป้องกันลูกกุ๊งน๊อคน้ำอีก 1 วิธีที่น่าสนใจ

เท่าที่หาคลิปการป้องกันลูกกุ้งตัวน้อยๆ ของเราไม่ให้น๊อคน้ำ ไปเจอคลิปนี้มาครับ เป็นคลิปที่ป้องกันไม่ให้ลูกกุ้งน๊อคน้ำถือว่าเป็นอีก 1 วิธีที่น่าสนใจ  ซึ่งงภายใน 4.40 นาที ทุกท่านจะเข้าใจถึงวิธีการป้องกันกุ้งน๊อคน้ำได้